ความเป็นมาของชุดไทยพระราชนิยม

ความเป็นมาของชุดไทยพระราชนิยม

                สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมี พระราชนิยม เรื่อง การใช้ ผ้าไทย มาตั้งแต่ ทรงพระเยาว์ เมื่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา ฯ ประกาศหมั้น ครั้งนั้น ได้มี นักหนังสือพิมพ์ ชาวต่างประเทศ ขอสัมภาษณ์ ซึ่งพระองค์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะสนับสนุน และ ส่งเสริมการแต่งกาย ที่เป็น แบบไทย เมื่อพระองค์ ยังเป็น พระคู่หมั้น ได้ใช้ ผ้าไทย และ ซิ่นไทย ส่วนชุดใน พระราชพิธี อภิเษกสมรส ได้ใช้ชุดที่ ตัดเย็บ ด้วย ผ้าไทย เมื่อพระราชพิธี ได้ผ่านไปแล้ว พระองค์ได้ทรง ปฏิบัติตาม พระราชปณิธาน ดังกล่าวต่อมา และได้มี เครื่องแต่งกาย แบบไทย ตาม พระราชนิยม ขึ้น ซึ่งกลายเป็น เอกลักษณ์ ทาง การแต่งกายประจำชาติ มาจนทุกวันนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมี พระราชดำริ เรื่องการ แต่งกายประจำชาติ ของสตรีไทย ตั้งแต่คราวเสด็จฯ เยือนประเทศ เพื่อนบ้าน เป็นครั้งแรก  ในสมัยนั้นยังไม่มี ชุดไทย ต่างๆ ตามพระราชนิยม ได้ทรงคิดใช้ ไหมไทย ผ้าไทย และ ผ้ายก ต่างๆ มา ประดิษฐ์ตกแต่ง เป็น ฉลองพระองค์ เพื่อให้แสดงถึงของ ความเป็นไทย ทรงเจริญรอย สมเด็จพระพันปีหลวง สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ เรื่องการ ใช้ฉลองพระองค์  ทรงให้ ท่านผู้หญิง มณีรัตน์ บุนนาค ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ทางประวัติศาสตร์ และ การแต่งกาย ของ สตรีไทย สมัยโบราณ มาประยุกต์ และ ทรงกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทาน ชื่อ ชุดไทย นี้ขึ้น ตามแบบ ต่างๆ ซึ่งได้ แนวคิด จาก ชื่อ พระตำหนัก และ พระที่นั่ง อาทิ ไทยอมรินทร์ (Thai Amarin ) ไทยจิตรลดา (Thai Chitlada ) ไทยบรมพิมาน (Thai Boromphiman) ไทยจักรพรรดิ (Thai Chakkraphat ) ไทยจักรี (Thai Chakkri)ไทยเรือนต้น ( Thai Ruean Ton ) ไทยศิวาลัย ( Thai Siwalai )และไทยดุสิต (Thai Dusit )

              ชุดสตรีไทยพระราชนิยม หมายถึง ชุดแต่งกายประจำชาติ ของ สตรีไทย สวมใส่ ใน งานพิธี หรือ งานพระราชพิธ ีต่างๆ เช่น งาน พิธีหมั้น งานพิธี มงคลสมรส เป็นชุด ที่มี เอกลักษณ์ เฉพาะ มีหลายรูปแบบ ตัดเย็บ ด้วย ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าใยประดิษฐ์ อาจเป็น ผ้าพื้น ผ้าลายดอก ผ้าลายริ้ว ผ้ายกดิ้น เงินดิ้นทอง หรือ ผ้ายกดอก เต็มตัว ใช้วัสดุเกาะ เกี่ยวข้อง ที่เหมาะสม เช่น ซิป ตะขอ กระดุม ที่ห่อหุ้ม จากผ้า ตัวเสื้อ อาจตกแต่ง ให้สวยงาม ด้วย การปักมุก เลื่อม ลูกปัด

ผ้าไหม หมายถึง ผ้าทอ จากเส้นด้าย ที่ได้จากใยของ ตัวไหม
ผ้าฝ้าย
 หมายถึง ผ้าทอ จากเส้นด้าย ที่ได้จากใยของ ฝ้าย
ผ้าใยประดิษฐ์ หมายถึง ผ้าที่ได้จาก การสังเคราะห์ เช่น ผ้าพอลิเอสเทอร์ ผ้าเรยอน ผ้าเจอร์ซี่ ผ้าโทเร

ชุดไทยบรมพิมาน

ไทยบรมพิมานกาลเต็มยศ
งามสวยสดบรรเจิดหล้าผ้ายกไหม
ผ้ายกทองมีเชิงงามตามแต่ใจ
เป็นซิ่นไทยจีบเบื้องหน้าสง่างาม

ชุดไทยจักรี

ไทยจักรีศรีสยามงามสืบสาน
ไทยจักรีกาลเต็มยศสดฉวี
ไทยจักรีงามเด่นเย็นฤดี
ไทยจักรีมีสไบให้ห่มเย็น

1. 2001 วรินทร ผดุงวิถี กับชุดประจำชาติไทยประยุกต์จากชุดกินรี
2. 2002 จันจิรา จันทร์โฉม กับชุดประจำชาติไทยประยุกต์จากสมัยสุโขทัย
3. เยาวลักษณ์ ไตรสุรัตน์ กับชุดประจำชาติไทยประยุกต์ แนวแฟนซีแบบนกกิงกาหรา ปักษาสวรรค์
4. 2004 มรกต กิตติสาระ กับชุดประจำชาติไทยประยุกต์แบบสตรีล้านนา
5. ชนันภรณ์ รสจันทน์ กับชุดประจำชาติไทยประยุกต์
6. คุณชนันภรณ์ รสจันทน์ กับชุดประจำชาติไทยประยุกต์
7. ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม กับชุดประจำชาติไทยแบบชาวเขา
8. แก้ม กวินตรา โพธิจักร กับชุดประจำชาติไทยแบบนักมวยไทย
9. ไข่มุก ชุติมา ดุรงค์เดช กับชุดประจำชาติไทยแบบไทยประยุกต์
10. ฝนทิพย์ วัช

การแต่งกายของสตรีไทย 9 รัชกาล


รัชกาลที่ ๑-๓

หญิงชาวบ้านนิยมนุ่งผ้าโจงกระเบน ห่มสะไบเฉียงทับเหมือนอย่างอยุธยา ผมยังตัดไว้เชิงสั้นอยู่ หรือไว้ผมปีก (ไว้ผมยาวเฉพาะบนกลางศีรษะ


ส่วนหญิงชาววัง นิยมนุ่งผ้าจีบ ห่มสะไบเฉียงทับเหมือนอย่างอยุธยา ไว้ผมปีกปล่อยจอนที่ข้างหู
รัชกาลที่ ๔หญิงนุ่งผ้าลายโจงกระเบน ใส่เสื้อคอปิดแขนยาว ห่มสะไบเฉียง (อบร่ำ) ทับตัวเสื้ออีกชั้นหนึ่ง ทรงผมนิยมไว้ปีกผม


รัชกาลที่ ๕ ผู้หญิงเริ่มหันไปนิยมเสื้อของอังกฤษ คือ เสื้อคอตั้งแขนยาว ต้นแขนพองคล้ายขาหมูแฮม แต่ยังคงมีผ้าห่มเป็นแพรแบบสะไบเฉียง นุ่งผ้าจีบไว้ชายพก ผมไว้ทรงดอกกระทุ่ม

ปลายรัชกาลที่ ๕ หญิงไทยเลิกนุ่งผ้าจีบ เปลี่ยนมาโจงกระเบนแทน เสื้อเป็นแบบผรั่งคอตั้งสูง แขนยาวมีลูกไม้ตกแต่งเป็นระบายหลายชั้น สวมถุงเท้า รองเท้าส้นสูง ผมยาวประบ่า


ต้นรัชกาลที่ ๖ผู้หญิงยังคงนุ่งโจงกระเบน แต่สวมเสื้อลูกไม้แบบตะวันตก คอเสื้อลึก แขนยาวเสมอข้อศอก มีผ้าแพรบางๆ สะพายทับ ผมนิยมไว้ยาวเสมอต้นคอ

 

 

 


รัชกาลที่ ๖ผู้หญิงนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อตัวยาวหลวมๆ ส่วนมากใช้ผ้าลูกไม้ฝรั่ง ปักเป็นลวดลายด้วยลูกปัด และไข่มุก ผมเกล้ามวยแบบฝรั่ง หรือดัดเป็นลอน ดัดผมแบบ ทรงซิงเกิ้ล

รัชกาลที่ ๗-๘ผู้หญิงเลิกใช้สะไบแพรปัก นิยมนุ่งผ้าซิ่นแค่เข่า เสื้อทรงกระบอกตัวยาว ตัดแบบตะวันตก ไว้ผมบ็อบ ใส่ต่างหูและกำไล สวมสร้อยคอ

รัชกาลที่ ๙ผู้หญิงแต่งแบบไทยพระราชนิยม  ใช้แต่งในโอกาสพิเศษ


ชุดไทยเรือนต้น


เรือนต้นเรืองใจหมายกำหนด
เรือนกายปรากฎบทแห่งที่
เรือนต้นแต่งปกติในพิธี
เรือนต้นชี้เรือนใจเรือนกายงาม


ชุดไทยจิตรลดา


จิตรฤดีนฤมิตรจิตรลดา
อาภัสราพิจิตรพิสิฐสาน
จิตรลดาสง่าศักดิ์ในจักรวาล
พระราชทานประจักษ์หล้าฟากฟ้างาม